รายงานผลการวิจัยภายใต้โครงการการพัฒนาหลักสูตรและแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์สำหรับเยาวชนไทยเพื่อรองรับตลาดแรงงานสำหรับโลกอนาคต มีความพยายามแสวงหาปัจจัยที่มีต่อความสำเร็จในการสร้างทักษะด้านการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ให้กับนักเรียนมัธยมต้นของประเทศไทยให้ได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อใช้เป็นแนวทางและรากฐานในการต่อยอดการพัฒนาและสร้างทักษะในด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีอื่นๆ ให้กับเด็กไทยเขตชนบทต่อไปในอนาคต
โครงการนี้ได้วางรากฐานสำคัญด้วยการสร้าง “โมเดลการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและใช้ทรัพยากรต่ำ” แต่ให้ผลลัพธ์สูง ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับเด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอาจารย์นิติ วิทยาวิโรจน์ อาจารย์สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหัวหน้าโครงการ
จากการดำเนินโครงการพัฒนาหลักสูตรและแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์สำหรับเยาวชนไทย โครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์สำคัญทั้งในด้านการยกระดับสมรรถนะของผู้เรียน การสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และการวางรากฐานกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอนาคต
ในมิติของผลลัพธ์ (Outcomes) โครงการสามารถพัฒนาต้นแบบหลักสูตรและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและใช้งานได้จริงในบริบทของโรงเรียนไทย โดยไม่ขึ้นกับข้อจำกัดด้านครูผู้สอนหรืออุปกรณ์ดิจิทัล ส่งผลให้เยาวชนกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์การประเมินสมรรถนะด้านการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ตามมาตรฐานที่กำหนด และมีพื้นฐานความพร้อมในการต่อยอดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา รวมถึงการเข้าสู่ตลาดแรงงานคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศ (New S-Curve) ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างโรงเรียนในเมืองและพื้นที่ห่างไกล
ด้านผลผลิต (Outputs) โครงการสามารถดำเนินงานได้ครบถ้วนตามแผนและเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในหลายตัวชี้วัด ทั้งการจัดทำรายงานวิจัย รายงานทบทวนวรรณกรรม แบบประเมินสมรรถนะ หลักสูตรและสื่อดิจิทัลในรูปแบบ Graphic Animation จำนวน 64 คลิป การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบ LMS ที่มีระบบติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ (Learning Analytics) ตลอดจนการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการครบ 3 ครั้ง ครอบคลุมโรงเรียนเป้าหมายทั้งหมด ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในการนำผลงานไปขยายผลในวงกว้าง
การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจพบว่าโครงการมีส่วนสำคัญในการลดช่องว่างทักษะ (Skill Gap) ของประเทศ โดยเตรียมกำลังคนด้าน Robot Programming และ Automation ซึ่งเป็นทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการสูงในระยะ 5–10 ปีข้างหน้า อีกทั้งการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และระบบจำลองเสมือนช่วยลดต้นทุนด้านอุปกรณ์ราคาแพง ทำให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลสามารถพัฒนาทักษะผู้เรียนได้อย่างคุ้มค่า
ในมิติทางสังคม โครงการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) และส่งเสริมทักษะทางสังคมของผู้เรียน โดยผลการประเมินพบว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารในระดับสูง รวมถึงมีพฤติกรรมเชิงบวกต่อการเรียนรู้และการแก้ปัญหา ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเยาวชนดีขึ้น และลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในระยะยาว
ในด้านความยั่งยืน โครงการได้วางแนวทางการดำเนินงานต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาเครือข่ายครูแกนนำ (Train-the-Trainer) การจัดทำสื่อและคู่มือภาษาไทยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง การสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อบูรณาการหลักสูตรเข้าสู่ระบบการศึกษา และการขยายแพลตฟอร์มสู่การใช้งานในระดับสาธารณะ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาทักษะดิจิทัลของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
บทสรุป
ผลการวิจัยยืนยันว่าการพัฒนาทักษะด้านการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล จำเป็นต้องใช้แนวทางแบบบูรณาการทั้งระบบ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแพลตฟอร์ม หลักสูตร หรืออุปกรณ์เพียงองค์ประกอบเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลักสูตรฐานสมรรถนะ สื่อภาษาไทยที่ลดอุปสรรค แพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่าย อุปกรณ์ที่เพียงพอ ครูผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้ กิจกรรมลงมือปฏิบัติจริง การประเมินตามสภาพจริง และระบบสนับสนุนต่อเนื่อง
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากโรงเรียนเป้าหมาย 5 แห่งแสดงให้เห็นว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 4 จาก 5 โรงเรียนมีพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และนักเรียนร้อยละ 81.82 ผ่านเกณฑ์สมรรถนะรวมที่สะท้อนทั้งความรู้และทักษะปฏิบัติ ผลดังกล่าวสนับสนุนสมมติฐานการวิจัยว่า การฝึกอบรมที่เหมาะสมสามารถทำให้เยาวชนพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเชิงนโยบาย โมเดล Hybrid Low-Resource Robotics Learning Model สามารถใช้เป็นต้นแบบในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีระหว่างโรงเรียนในเมืองและโรงเรียนชนบท และยังสามารถประยุกต์ต่อยอดไปสู่การพัฒนาทักษะดิจิทัลอื่น ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนั้น โครงการนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาทักษะหุ่นยนต์ในระยะสั้น แต่เป็นรากฐานของการสร้างกำลังคนดิจิทัลของประเทศในระยะยาว
Website โครงการ https://funbot.rmutt.ac.th/
Download รายงานผลการวิจัย
โดยโครงการวิจัยนี้ได้รับงบสนับสนุนการวิจัยกองทุนพัฒนาดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ





